Case Study การจัดการกับ “หนี้” พวก “บัตรเครดิต” หรือ “สินเชื่อ”

กลับหน้าหลัก | กู้เงิน (Loan), บัตรเครดิต (Credit Card)

จากการเป็นหนี้ บัตรเครดิต ด้วยสาเหตุคือถูกที่บ้านกวนเงิน + กับเวลาอยากได้อะไร ก็คิดว่าซื้อไหวแล้ว สุดท้ายก็มี หนี้ บัตรเครดิต + สินเชื่อ เงินสด เกือบ 2 แสน แรกๆก็หมุนอันนี้โปะอันนั้น ด้วยเงินเดือนแค่ 2 หมื่นนิดๆ คิดดูนะคะ ขั้นต่ำต่อเดือนล่อไปเกือบหมื่นนิดๆ

มีอยู่ช่วงโปะไปโปะมา เราก็ยังใช้ชีวิตเหมือนไม่มีหนี้ อยากได้อะไรก็ซื้อ ไม่คิดว่าหนี้เก่าไม่หมด ที่บ้านกวนก็ไปรูดมาเพิ่ม คราวนี้เงินหมุนไม่ทัน แล้วสุดท้ายก็ไปกู้ สินเชื่อ เงินสด มาโปะบัตร แล้วก็เอาเงินมาใช้อีก ไปๆ มาๆ หนี้จาก แค่แสนกลายเป็นเกือบ 2 แสน ซึ่งพอมาคำนวนค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน  เงินเดือนแค่ 20,000 นิดๆ ให้ที่บ้าน + ค่าหอพัก เหลือแค่ 10,000 นิดๆ ยังไม่พอ หนี้บัตร + สินเชื่อ ร่วมๆ หมื่น เหลือค่ากินค่าใช้จ่ายแค่ 2 พันท้ายเดือน

ตายๆๆๆ เราจะเอาอะไรกินอ่ะ เราตายแน่ๆ โฮๆๆๆๆ ตอนนั้นเราเครียดมากเลยนะ เข้าใจเลยว่า คนจนตรอกเป็นไง แทบอยากตาย

เราไม่รู้จะทำไง ไม่อยากกู้หนี้เพิ่ม ตอนนั้นเราตัดสินใจแล้วว่าเราต้องจบหนี้ตรงนี้ให้ได้ เราเกลียดตัวเองมาก ที่ทำพลาด ชีวิตต้องลำบากแบบนี้

เราเปลี่ยนไปเลย ตัดสินใจประหยัดแบบเด็ดขาด อาหารก็ทำกินเองทุกมื้อ ได้แรงบันดาลใจมาจากรายการแข่งกินอยู่ 1 หมื่นเยนของญี่ปุ่นด้วย เราทำอาหารมากินที่ทำงานทุกวัน ประหยัดค่าอาหารได้เยอะ ตกเดือนละ 1 พัน ไม่กินข้าวนอกบ้านเลย งกมาก ขนมไรไม่กิน ไปไหนไม่ไกลเกินเดินๆๆๆ อย่างเดียว เชื่อไหมเราทำอาหารแบบประหยัดมากใส่เศษหมู เศษผัก แอบนั่งมองเพื่อนร่วมงานกินของเต็มโต๊ะ แต่ไม่กล้าแจม เพราะเราไม่ได้ทำมาให้ใครกิน โดนเหน็บแนมว่างก ไม่เคยซื้ออะไรหรือทำอะไรเผื่อใคร (ก็เราจนจะตายแล้วอ่ะ) เสื้อผ้าเก่าๆๆๆ ไม่ซื้อมาจนทุกวันนี้ เกือบปี กระโปรง 199 ใส่จนซีด ชายหลุด รองเท้าสึกส้นร่อนเป็นแผ่นๆ ทุกวันนี้ก็ไม่ซื้อ

เรื่องความสวยงาม เมื่อก่อนเรารักใบหน้าเรามาก หาหมอสิวก็เยอะ เป็นสิวทนไม่ได้ ทำทรีตเมนต์ก็บ่อย นวดตัว ขัดผิว งดหมด ไปหาหมอเท่าที่จำเป็น ยอมรับนะว่าผิวก็หมองๆ ไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าหนี้บาน เมื่อก่อนนะไม่ยอม เท่าไรเท่ากัน

สารพัดที่เราประหยัด.. จนคนที่เรียกว่างก มาเห็นเราจะหนาว ข้าวหุงครั้งเดียว กินเป็นอาทิตย์ แช่ตู้เย็นมาอุ่นเวฟที่บริษัทเพื่อไม่เปลืองไฟ ถ้าจะเล่นคอมก็ไม่เปิดทีวี เลือกอย่างเดียว เปลืองไฟ คิดดูเราอยู่หอค่าไฟแค่ 400 บาท ผ้าซักอาทิตย์ละครั้ง ยัดจนเต็มตู้ซักผ้า ต้องกินน้ำก๊อกก็ทน

บางทีเราแอบร้องไห้ด้วย คืออยากกินอะไรดีๆ อยากเที่ยวก็ไม่ได้ แต่เรามานึก เราทำตัวเองนี่นา สมน้ำหน้า ต้องยอมรับความทรมาน

ผ่านมา 6 เดือน สภาพการเงินเริ่มดีขึ้น พอจ่ายขั้นต่ำโดยไม่ต้องถอนนี้มาโปะอันนี้ เราได้โบนัสมา ไม่ใช้อะไรสักบาท โปะหนี้ทั้งหมด ทำให้หนี้ลดลงไปครึ่งนึง

ทุกวันนี้เงินเดือน 2 หมื่นนิดเหมือนเดิม เหลือหนี้ที่ต้องผ่อนแค่เดือนละ 3,000 บาทอีก ปีครึ่ง - 2 ปี แต่เราตั้งใจจะโปะให้มันหมดภายในปีนี้ คือจะผ่อนจ่ายให้มากกว่า 3 พัน ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้น ปีหน้า เราจะอยู่อย่างปลอดหนี้ 100 เปอร์เซ็น ทำให้ทุกวันนี้เรายังอดเหมือนเดิม ถือว่าแม้หนี้จะลดลงจนเราสบายขึ้น แต่ตราบใดที่ไม่หมดเหลือ 0 เราจะไม่หยุดการประหยัดแบบสุดๆๆ

เชื่อไหม ที่ผ่านมาเราประหยัดจนเรียกว่า เคยควักเงินซื้อหูฟังซาวนด์เบาท์ไป 300 บาท + ค่าถ่านชาร์จ 200 เป็น 500 บาท เราร้องไห้ต่อหน้าแฟนเลยบอกว่าเงิน 500 มันเยอะจัง มีคุณค่าจัง เวลาเห็นมันจ่ายออกไป ใจหายเลย เพราะตลอดเวลาที่เราอด เราจ่ายแต่แบงค์ 20 กะแบงค์ร้อยตลอด 20 บาทยังคิดแล้วคิดอีกๆๆๆ

เป็นบทเรียนราคาแพงมากๆๆ เราหมดสิ้นความอายแล้ว เพื่อนร่วมงานชอบถากถางว่างก เราทนได้ เพราะเพื่อปลดหนี้ ให้ทำอะไรที่สุจริตเราทำหมดไม่สนใจทั้งนั้น

มีเพื่อนและคนรู้จักอีก 2 - 3 คนเป็นหนี้ประมาณเรา บางคนเงินเดือนก็มากกว่าเรา แต่เค้าก็ใช้ชีวิตเหมือนคนไม่เป็นหนี้ ไม่คิดจะประหยัด เค้าไม่ยอมลำบาก ก็หมุนๆ ไป ทุกวันนี้ หนี้พวกเค้าไม่ลดสักบาท เห็นมีแต่เพิ่ม แล้วก็ได้ยินมาบ่นๆ ว่า ทำไงดีๆ หมุนไม่ทัน แถมบางครั้งมายืมเราไปหมุนอีก หุหุ เราก็แนะๆ ไปว่าประหยัดสิ แต่ก็ไม่มีใครทำ….

ตอนนี้ชีวิตเราเริ่มดีขึ้นได้งานที่ใหม่ เงินเดือนเพิ่ม แน่นอน หนี้ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนตลอดไป

Posted เมื่อวันที่ March 29, 2008

Comments

ใส่ความคิดเห็น

กรอกแบบฟอร์มข้างล่างเพื่อทำการ Comment

Name

Email

Website

Comments

1 Comment so far
  1. Comment March 29, 2008 9:09 am

    สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ การกู้เงินจากอีกที่นึงมาโปะกับอีกที่นึง เพราะโดยประสบการณ์แล้ว การทำแบบนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ Add เข้ามาแน่ๆ เช่นดอกเบี้ยที่เพิ่มมากขึ้น ข้อดีของการทำแบบนี้แค่ทำให้ยืดระยะเวลาการชำระออกไปเท่านั้น