พฤติกรรมการใช้ บัตรเครดิต ของคนไทย
กลับหน้าหลัก | กู้เงิน (Loan), ดอกเบี้ย (Interest), บัตรเครดิต (Credit Card)ลองสังเกตดู เมื่อเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่อง ก็จะมีคำถามเหล่านี้ตามมาเสมอ “หนี้สินของชาวบ้านช่าวช่องทำไมมันเยอะเหลือเกินโดยเฉพาะพวกหนี้ บัตรเครดิต” หรือ “ทำไมคนเรามีบัตรเครดิตหลายใบจัง” หรือ “หนี้สินเยอะขนาดนี้จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจหรือไม่”
บัตรเครดิต นับว่าเป็นสื่อกลางทางการเงินอีกที่ได้รับความนิยมโดยคนไทย เนื่องด้วยสะดวกและง่ายต่อการพกพา อย่างไรก็ตามการใช้บัตรเครดิตของคนไทยหลายๆคนมักจะมีการใช้จ่ายเกินตัว ดังนั้น การควบคุมหรือการกำหนดกรอบมาตรการต่างๆ ของบัตรเครดิตนั้น จึงมีขึ้นมากมาย
ปัจจุบันบัตรเครดิตในประเทศไทยมีมากมาย
ทั้งจากธนาคารพาณิชย์ บริษัทเอกชนเอง หรือแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้า บัตรเครดิตจึงเป็นกลจักรสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อฐานการบริโภคของประเทศไทย
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จึงต้องการหาคำตอบต่อเนื่องว่า สถานการณ์หนี้บัตรเครดิตหรือหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับใด และมีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ โดยหอการค้าโพลล์ สอบถามความคิดเห็นของประชาชนเป็นประจำในทุกไตรมาสแรกของปี และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ในการสำรวจ
จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,203 ตัวอย่างทั่วประเทศของกลุ่มผู้ใช้บัตรเครดิต ในระหว่างวันที่ 14-19 มกราคม 2550 แบ่งเป็นเพศหญิงร้อยละ 50.3 เพศชายร้อยละ 49.7 โดยเป็นผู้มีอาชีพพนักงานเอกชนร้อยละ 40 รับจ้างร้อยละ 10.5 นักศึกษาร้อยละ 10.9 เจ้าของกิจการร้อยละ 18.5 และรับราชการร้อยละ 20.1 พบว่า ผู้บริโภคถือบัตรเครดิตลดลงจากปี 2549 ที่บุคคลหนึ่งจะถือบัตรเครดิต 5-6 ใบ ลดลงเหลือ 2-3 ใบต่อคน เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มระมัดระวังในการใช้บัตรเครดิตมากขึ้น เพราะเกรงว่าเมื่อมีบัตรเครดิตจำนวนมากขึ้น จะทำให้การก่อหนี้ง่ายขึ้นตามไปด้วย
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะใช้บัตรเครดิตของสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 53.1 ใช้ของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ร้อยละ 36.2 และใช้ของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ร้อยละ 10.7
แสดงว่าบัตรเครดิตของ non-bank มาแรงจริงๆ ครับ เพราะเงื่อนไขในการปล่อยกู้ค่อนข้างง่ายกว่าแบงก์
เมื่อสอบถามถึง พฤติกรรมการใช้บัตรเครดิต
พบว่ากลุ่มตัวอย่างจะทำการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อเดือน โดยมีมูลค่าเฉลี่ยต่อครั้งในการใช้ประมาณ 2,000-20,000 บาท
ลักษณะการใช้บัตรนั้น พบว่าจะใช้แทนเงินสดในการซื้อสินค้าคิดเป็นร้อยละ 32.7 ใช้ผ่อนสินค้าร้อยละ 35.6 และใช้เบิกเป็นเงินสดร้อยละ 31.7
เมื่อสอบถามถึงเหตุผลการใช้บัตรเครดิต พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะทำการใช้บัตรเครดิตเพราะได้นำเงินสดที่มีอยู่ไปหมุนใช้ก่อน คิดเป็นร้อยละ 30.8 รองลงมาคือมีความสะดวกในการใช้ร้อยละ 28.4 ได้รับส่วนลดเมื่อใช้บัตร ร้อยละ 18.9 ใช้เพื่อสะสมคะแนนแลกของขวัญ ร้อยละ 17.6 และเพื่อให้คนอื่นมองว่าเรามีความโก้เก๋ ร้อยละ 4.3
เห็นมั้ยครับว่าการใช้บัตรเครดิตนั้น ไม่ใช่มีเหตุผลเพื่อความโก้เก๋ แต่แนวคำตอบยังออกมาคล้ายการสำรวจครั้งก่อนๆ คือ ใช้เพิ่มเสริมสภาพคล่องหรือก่อหนี้เพื่อนำเงินในอนาคตมาใช้ล่วงหน้านั่นเองครับ
ถ้าพิจารณาถึงการชำระเงินค่าใช้จ่ายจากบัตรเครดิต จะพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 4.6 จะทำการชำระภาระหนี้ทั้งหมดภายในแต่ละงวด ส่วนร้อยละ 95.0 ชำระหนี้บางส่วน สำหรับพวกที่ไม่ชำระเลย (หรือเรียกง่ายๆ ว่าชักดาบ) นั้น มีเพียงเล็กน้อย คือประมาณร้อยละ 0.4 เทียบกับการสำรวจในปีที่แล้วพบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 26.7 จะทำการชำระภาระหนี้ทั้งหมดภายในแต่ละงวด มีเพียงร้อยละ 66.5 ที่ชำระหนี้บางส่วน สำหรับพวกที่ไม่ชำระเลย มีสูงถึงร้อยละ 6.8
แสดงให้เห็นว่าคนไทยผ่อนชำระหนี้มากขึ้น แทนการชำระหนี้ทั้งจำนวนในแต่ละเดือน เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงในปัจจุบัน
แต่ถ้าดูดีๆ จะพบว่าคนไทยมีวินัยทางการเงินมากขึ้น เพราะสวมวิญญาณซามูไรหรือชักดาบน้อยลงมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะการประชาสัมพันธ์ให้คนไทยมีวินัยทางการเงินมากขึ้น หรือระบบการติดตามหนี้สินดีขึ้น
หรือเพราะสำนักติดตามข้อมูลเครดิตทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะคนไทยกังวลว่าหากไม่ชำระหนี้บัตรเครดิต จะมีประวัติทางการเงินที่เสื่อมเสีย
เมื่อถามถึงระดับความน่ากังวลของบัตรเครดิตเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ว่าคนใกล้ชิดมีหนี้เพิ่มขึ้นเมื่อมีบัตรเครดิตนั้น เห็นด้วยหรือไม่ กลุ่มตัวอย่างกว่าร้อยละ 80 ตอบว่าเห็นด้วยมาก และเมื่อสอบถามว่าคนใกล้ชิดมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเมื่อมีบัตรเครดิต กลุ่มตัวอย่างตอบว่าเห็นด้วยมากกว่าร้อยละ 70
เมื่อถามว่าคนใกล้ชิดไม่ไปชำระหนี้ตามกำหนด กลุ่มตัวอย่างตอบว่าเห็นด้วยมากกว่าร้อยละ 50 ส่วนคำถามที่ว่าคนใกล้ชิดออกจากงานหรือมีปัญหาในงานเพราะหนี้บัตรเครดิตนั้น พบว่า มีเพียงร้อยละ 40.6 เท่านั้นที่เห็นด้วยมาก แสดงว่าสถานการณ์บัตรเครดิตนั้น ยังสร้างปัญหาให้กับบุคคลบางกลุ่มอยู่บ้าง
เมื่อถามว่าปัญหาบัตรเครดิตและปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยในปัจจุบันและในอนาคต น่าเป็นห่วงมากน้อยเพียงใด จะสังเกตได้จากตารางว่ากลุ่มตัวอย่างแสดงความห่วงใยในระดับปานกลางและมากกว่าร้อยละ 72 ทั้งในการสำรวจในปี 2549 และ 2550 แต่เมื่อถามถึงความน่าเป็นห่วงของหนี้ในอนาคต กลุ่มตัวอย่างกลับแสดงความห่วงใยน้อยลงมากในการสำรวจในปีนี้ครับ
กล่าวคือ กลุ่มตัวอย่างแสดงความห่วงใยในปัญหาหนี้บัตรเครดิตและหนี้ครัวเรือนในระดับปานกลางและมากเพียงร้อยละ 27 แสดงว่าคนไทยได้ปรับตัวเรื่องการควบคุมการใช้จ่ายและการชำระหนี้ หรือมีวินัยทางการเงินมากขึ้น จึงมีความกังวลในเรื่องหนี้ในอนาคตน้อยลง โดยเฉพาะลดลงมากเมื่อเทียบกับการสำรวจในปี 2549 ครับ
ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายและความคิดเห็นเกี่ยวกับหนี้บัตรเครดิตครั้งนี้ พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต และมีความกังวลเรื่องการก่อหนี้มากขึ้น หลังจากที่อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18 เป็นร้อยละ 20 และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง (ซึ่งอาจส่งผลทำให้รายได้ของผู้บริโภคลดลง)
ดังนั้น ผู้บริโภคยิ่งระมัดระวังในการก่อหนี้มากขึ้น และจากการที่ผู้บริโภคถือบัตรเครดิตเป็นจำนวนน้อยลงต่อคนคือประมาณ 2-3 ใบต่อคน ทำให้คาดว่าปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตชะลอตัวลง ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในปีนี้ 851,374 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 12.8 ลดลงจากปีที่แล้วที่ขยายตัว ร้อยละ 18.9
ปริมาณการบริโภคต่อจำนวนบัตรเติบโตเพียงร้อยละ 3.5% จาก 67,000 บาท เป็น 70,000 บาทต่อคนต่อปี ขณะที่จำนวนบัตรเครดิตขยายตัวร้อยละ 10 โดยคาดว่าจะมีจำนวนบัตรรวมทั้งสิ้น 12 ล้านบัตร จากจำนวน 11 ล้านบัตร ในปี 2549
ผลการสำรวจครั้งนี้ สรุปได้ว่าคนไทยมีวินัยทางการเงินมากขึ้น คือควบคุมการใช้จ่าย และชำระหนี้บัตรเครดิตตามกำหนดเวลา ทำให้เราสามารถบอกได้ว่าสถานการณ์หนี้บัตรเครดิตในปัจจุบันและในอนาคต ไม่น่าเป็นห่วงครับ (หรือสรุปแบบไม่ให้หน้าแตกคือน่าเป็นห่วงลดลงจากปีที่แล้วครับ)
หากมองในอดีตหลังจากที่ประเทศไทยผ่านวิกฤตการณ์ทางการเงิน การใช้บัตรเครดิตก็เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยพบว่าในช่วงปี 2542 ปริมาณของบัตรเครดิตนั้นมีจำนวนทั้งสิ้น 1,629,301 ใบ แต่ในปัจจุบัน (ตามข้อมูลปี 2549 เดือนพฤศจิกายน) มีบัตรเครดิตทั้งสิ้น 10,830,979 ใบ เพิ่มขึ้นถึง 6.67 เท่า
ข้อมูลจาก ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
Posted เมื่อวันที่ March 29, 2008
Comments
ใส่ความคิดเห็น
กรอกแบบฟอร์มข้างล่างเพื่อทำการ Comment